2010/Aug/08

สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านทุกท่าน

ความจริงตอนนี้เป็นตอนที่เขียนและหมักดองเอาไว้อยู่เนิ่นนาน พอได้กลับมาอ่านคอมเมนต์ที่ท่านนักอ่านทั้งหลายหย่อนมาให้ ก็รู้สึกว่า โอ้ ถึงเวลาแล้วที่จะต้องลงตอนต่อไป

ยังไงก็ต้องขอฝากตอนนี้ไว้ด้วยนะคะ มีคำติชมหรือข้อเสนอแนะสามารถคอมเมนต์เอาไว้ได้ ไหเป๋อรู้สึกยินดีที่ได้รับการฟีดแบคจากทุกๆท่านค่ะ

_____________________

Chapter 7


"ไม่ คาดาจ ฉันไม่คิดว่าซอร์ดจะกินมะเขือเทศหรอกนะ" แซคแอบกระซิบข้างหูลูกชายคนสุดท้องของบ้านเครสเซนต์ "มันอาจจะกินแครอท แต่ฉันไม่คิดว่ามันจะกินมะเขือเทศหรอก"

คาดาจเอนหลังแล้วเหลือบมองเจ้าลูกหมาที่ส่ายหางดิ๊กๆทำเสียงแฮ่ๆรอของกินที่จะถูกโยนลงมาอีก "ไม่ลองแล้วจะรู้เหรอ" เด็กชายกระซิบตอบ ก่อนจะกระดกส้อมให้มะเขือเทศชิ้นโตหล่นลงบนพื้น

ซอร์ดเข้ามาดมๆอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมายิ้มแฮ่ๆรออาหารชิ้นต่อไป

"หมานายนี่ไร้ประโยชน์จริงๆ" คาดาจบอกพลางทำปากเบะ "คิดว่าถ้าชั้นโยนผักทั้งจานลงบนพื้นนี่พี่ชายจะเห็นมั๊ย?"

แซคจิ้มไส้กรอกเข้าปากก่อนจะจิ้มอีกชิ้นโยนลงไปให้ลูกชายตัวเองเป็นการปลอบใจ "โธ่ คาดาจจี้ ก็มันเป็นหมานี่ มันจัดอยู่ในตระกูลสัตว์กินเนื้อมาก่อน ขนาดนายเองเป็นสัตว์กินทั้งพืชและสัตว์ยังไม่กินก็อย่าหวังให้มันกินเลย" เขาเหลือบมองเซฟที่แม้แต่จะกินอาหารในครัวเล็กๆก็ยังนั่งหลังตรง กินอย่างสุภาพราวกับวีดีโอสอนบุคลิกภาพ ถ้าไม่นับหนังสือที่วางเปิดอยู่ข้างๆ"แล้วฉันก็คิดว่าพี่ชายนายคงเห็นน่ะแหล่ะ เพราะงั้นกินๆเข้าไปเถอะน่า"

คาดาจใช้ส้อมเขี่ยผักที่เหลืออยู่บนจานไปมา แอบมองพี่ชายของตัวเองที่กำลังอ่านเท็กท์เล่มโตอยู่ "แซค ทำไมนายถึงไม่พาพี่ฉันออกไปช้อปปิ้งบ้างล่ะ ฉันหมายถึง ใช่ พี่ชายดูดีเป็นบ้าตอนที่อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตแล้วก็แสลค สเวตเตอร์ หรือสูท อะไรเทือกนั้น แต่มัน...นายคิดมั๊ยว่าถ้าไม่ได้หน้าตาสุดเซ็กซ์แบบเด็กบ้านเครสเซนต์อย่างพวกเราน่ะ มันแอบเนิร์ดชะมัดยาดเลย"

เขากลอกตา หยิบขนมปังที่วางอยู่กลางโต๊ะ ทาแยมแล้วยื่นส่งให้ยาซูกับลอซแล้วก็คาดาจ "เซฟดูดีในชุดแนวคุณชาย นายคงไม่อยากให้เขาลุกขึ้นมาใส่กำมะหยี่หรือไวนิลหรอกใช่มั๊ย นั่นมันเกย์ชะมัด"

"แต่นายใส่กำมะหยี่กับไวนิล นายใส่แม้กระทั่งซาตินแล้วก็ผ้าไหม" คาดาจชักเท้าแล้วทำเสียงอิ๊วเมื่อถูกบีเกิ้ลเลียเท้า "ไกอา! แซค ดูหมาของนายหน่อย จริงอยู่ที่ฉันออกจะสวยงามเหมือนเจ้าชายตัวน้อยๆ แต่ไม่ต้องการให้หมามาจูบเท้าหรอกนะ! ฉันไม่ใช่บีสท์เชี่ยลลิตี้!"

"เฉพาะตอนแต่งเป็นซินดี้ล่ะน่า เอาล่ะ เจ้าชายตัวน้อยที่แสนงาม" แซคพ่นลมหายใจดังพรืด ก่อนจะลงไปควานอุ้มเอาลูกชายของตัวเองขึ้นมาวางไว้บนตัก "สาบานด้วยเกียรติอันต่ำต้อยของไอ้บ้านนอกจากกองกาก้าเลยว่า ซอร์ดไม่คิดจะอึ๊บนายแน่ มันยังเป็นแค่ลูกหมา แต่ถ้าโตอีกหน่อยน่ะไม่แน่หรอกนะ"

"เป็นคนงามนี่อาภัพจริงๆ" คาดาจทำท่าดราม่าติก

"ชัวร์" แซคหัวเราะคิก "อ่อ ใช่ คาดาจ แล้วฉันก็ไม่คิดว่าซอร์ดจะอยากกินหน่อไม้ฝรั่งหรอกนะ มัน....เป็นผักเกินไปน่ะ"

"ฉันก็คิดอย่างนั้นเหมือนกันแหล่ะ ไอ้แท่งเขียวๆนี่มันจะผักเกินไปแล้ว พวกกุ๊กคิดว่าฉันเป็นอะไร แพะงั้นเหรอ? เพราะงั้นฉันก็ไม่สมควรต้องกล้ำกลืนมันซักหน่อย ขนาดหมายังไม่กินเลยนี่" เจ้าหนูบ้านเครสเซนต์โยนหน่อไม้ฝรั่งต้มลงกลับไปบนจานอย่างเดิม "โอเค กลับมาเรื่องเดิม นายคิดว่าชุดหนังเป็นยังไง ไม่ต้องหนังแก้ว แต่เป็นหนังจริงๆน่ะ เสื้อโค้ตหนังหรือกางเกงหนังอะไรพวกนี้"

"คาดาจ" เซฟพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ ไม่ละสายตาออกจากเท็กท์ที่กำลังอ่านอยู่ "กินผักในจานลงไปซะ ถึงนายจะพยายามหั่นมันให้เป็นชิ้นเล็กๆแล้วซ่อนลงในผ้าเช็ดปากหรือคนไปคนมาทั่วจานก็ไม่ได้ผลหรอกนะ"

"ฮะ พี่ชาย" คาดาจตอบรับด้วยเสียงเซ็งๆเหมือนเด็กที่ถูกจับแผนร้ายออก ยกขนมปังขึ้นปังหน้าขณะโน้มตัวเข้ามากระซิบกับแซค "ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพี่ชายได้ยิน นึกว่าจะกำลังดื่มด่ำกับฟิสิกส์หรืออะไรซะอีก ปกติหูตึงจะตายไป"

"พี่ได้ยิน คาดาจ แค่ไม่ใส่ใจเท่านั้น เอาล่ะ คราวนี้ก็กินมันเข้าไปซะ ผักพวกนี้มีประโยชน์ แล้วก็อย่าพยายามให้หมากิน มันจะไม่สบายเอาได้"

คาดาจทิ้งส้อมลงกับจาน ก่อนจะกระแทกหลังพิงแล้วเริ่มทำหน้างอแง "แต่ผมก็จะไม่สบายเหมือนกันนี่ฮะ ไม่ยุติธรรมเลย ทำไมไอ้หูตูบนี่ถึงได้กินแต่เนื้อล่ะ?"

"แล้วนายอยากจะกินอาหารหมารสหืนๆจืดๆมั๊ยล่ะ คาดาจ มันมีคุณค่าทางอาหารครบถ้วนแล้วก็มีไฟเบอร์เพียงพอด้วย ถ้านายจะเลือกกินอย่างนั้นพี่ก็จะขอแบ่งของซอร์ดมาให้"

"แล้วนายก็บอกว่าพี่ฉันไม่มีอารมณ์ขัน ฉันว่าพี่ชายตลกออกจะตาย ถึงจะเป็นตลกร้ายก็เถอะนะ" คาดาจกระซิบกับเขา ก่อนจะตักผักบนจานแล้วยื่นไปทางลอซ

"พี่เห็นนะ คาดาจ" เซฟิรอธพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ "และใช่ พี่กำลังอ่านหนังสืออยู่ ไม่ได้ใช้มันบังหน้าเพื่อจับผิดนาย แต่พี่คิดว่านายควรจะเริ่มกินผักได้แล้ว"

ลูกชายคนสุดท้องถอนหายใจเฮือก "นายรู้มั๊ยแซค บางครั้งการมีพี่ชายสุดเพอร์เฟคนี่ก็ลำบากเหมือนกัน" เจ้าหนูบีบจมูกก่อนจะหย่อนมะเขือเทศเข้าปากแล้วกลืนมันโดยไม่เคี้ยว "แต่ไม่เป็นไรหรอก เพราะว่าเขาน่ะเซ็กซี่เหลือร้าย"

"คาดาจ น่าเกลียดอย่างนายถึงไม่ใช่น้องชาย พี่ชายก็ไม่มีทางสนนายหรอก อย่าหวังเลย" ยาซูเหน็บมาอย่างอดรนทนไม่ได้

น้องเล็กเชิดปากขึ้นอย่างไม่ยอมถอย "อิจฉาล่ะสิที่พี่ชายเอาใจใส่แต่ฉัน ช่วยไม่ได้ ก็ฉันป๊อปนี่นา แล้วการที่ฉันคิดว่าพี่ชายน่ะร้อนแรงก็ไม่ได้หมายความว่าฉันอยากจะมีเซ็กซ์ด้วยซักหน่อย โอเค ฉันอาจจะอยาก แต่พูดเลยนะ ฉันยอมมีเซ็กซ์กับหมาของแซคก่อนที่จะยอมล้วงเข้าไปในกางเกงของนายเลยด้วย!"

"ดี ใครอยากจะให้มือสกปรกของนายล้วงเข้ามาในกางเกงของฉันกันล่ะ แต่อ้อ ถึงนายอยากจะทำอย่างนั้น แต่นายก็คงทำไม่ได้หรอก เพราะว่านายน่ะมัน'อ้วน'! ฉันรู้นะว่าสามวันเอาแต่สวาปามช๊อคโกบอลแล้วนอนอืดเล่นเกมส์เลยน้ำหนักขึ้นมาปอนด์นึง อ้วนอย่างนายน่ะอย่าคิดว่าพี่ชายจะสนเลย!"

"ฉันแค่อยู่ในช่วงกำลังโตต่างหาก!" คาดาจเถียงกลับหน้าแดงหน้าดำ "นายก็คิดอย่างงั้นใช่มั๊ยแซค!"

"ฉันคิดว่า..." แซคหัวเราะแห่ะๆ มองเซฟิรอธที่กุมขมับ พึมพำว่าทั้งหมดนี่เป็นความผิดของโฮโจ "ว๊าว ฉันนึกว่าตัวเองกำลังอยู่ในโรงเรียนสตรีซะอีก"

"ไม่ แซค เพราะว่าผู้หญิงกว่าครึ่งในนั้นน่ะดูไม่ได้ ส่วนพวกเราน่ะสวยกว่า อ้อ อาจจะยกเว้นคาดาจ" ยาซูตอบกลับมาพลางปรายตาเยาะๆไปทางน้องชาย กระซิบคำว่า 'อ้วน' ด้วยสีหน้าเผ็ดร้อนใส่

"นายอยากจะมีเรื่องใช่มั๊ย ได้เลย คนอย่างคาดาจจี้ไม่เคยกลัวอยู่แล้ว! เจ้าหนูปืนขึ้นบนโต๊ะแล้วกระโจนโคลสไลน์ใส่คู่กรณี เสียงหวีดร้องดังลั่น ตามด้วยเสียงโครมของเก้าอี้แล้วเสียงผรุสวาทดังดุเดือดเลือดพล่าน

ซอร์ดเห่าเหมือนจะเข้าไปผสมโรงด้วย แต่ลูกชายของเขาฉลาดเกินกว่าจะเอาตัวเข้าไปเสี่ยง เลยได้แต่เชียร์อยู๋บนตักเขา

แซคยิ้มแห้งๆให้กับเซฟที่ยังคงบ่นพึมพำกับตัวเองว่านี่เป็นความผิดของโฮโจ แล้วก็ต้องหันมาเมื่อถูกสะกิด

"แซค ว่างมั๊ย? ฉันอยากให้นายสอนการบ้านน่ะ" ลอซบอกเขาหลังจากคลานออกมาจากกองตะลุมบอนที่ตัวเองโดนลูกหลงเข้าไปหน่อยนึง

ตอนแรกเขาเกือบจะบอกออกไปแล้วว่าเขาไม่เก่งพอที่จะสอนการบ้านลอซได้ เพราะการบ้านของอีกฝ่ายไม่ใช่เลขคณิตเด็กประถม แต่เป็นหลักสูตรที่เอาไว้ให้เด็กมหาลัยเรียนกัน ทว่าเมื่อเห็นสีหน้าจริงจัง เขาก็เชื่อว่าลอซรู้ในข้อนั้นเช่นกัน "โอเค เอาล่ะ เราย้ายจากริงไซด์มวยปล้ำไปห้องนายกันเถอะ"

เขาลงจากเก้าอี้แล้วเก็บจานชามบนโต๊ะลงในอ่างล่างจาน และจากสายตาของเซฟิรอธที่มองพวกเขาทั้งคู่ แซคก็รู้ว่าเซฟิรอธรู้ในข้อนั่นเช่นกัน

...........................................................

"นายเล่นพูดแบบนั้นเซฟก็สงสัยน่ะสิ เรื่องเรียนกับฉันเข้ากันได้ที่ไหนกันล่ะ" แซคทุ่มตัวลงบนเตียง มองลอซที่เปิดวีดีโอเกมส์พลางโยนจอยขึ้นมาให้เขาอันหนึ่ง เจ้าตัวใส่แผ่นเกมส์แล้วเปิดเสียงลั่น มันเป็นเกมส์ต่อสู้ที่ใช้สัญชาติญาณชั่ววูบมากกว่าสติปัญญาอย่างที่คาดาจกับเขาชอบเล่นกัน

"แซค" ลอซนั่งลงบนพื้นข้างเตียง ขณะเลือกตัวละครที่เป็นก๊อซซิล่า ส่วนแซคเลือกสาวสวยนุ่งน้อยห่มน้อยคนหนึ่ง "แซค เอ่อ...แซค..." ลอซนิ่งไปพักหนึ่ง "นายไม่ได้ไปทำงานแล้วเหรอ?"

แซคยิ้มกว้าง ตามองจอทีวีที่ตัวละครของเขาสะบัดหมัดจนอกกระเพื่อม "ไม่แล้วล่ะ ขี้เกียจแต่งตัวแต่งหน้าไปให้ผู้ชายเต๊าะน่ะ อีกอย่างของที่ได้ก็มีแต่พวกเสื้อผ้าเครื่องประดับหรือไม่ก็เครื่องสำอางด้วย บวกลบคูณหารแล้วไม่ค่อยคุ้มค่าเหนื่อยเท่าไหร่"

เด็กบ้านเครสเซนต์ทำเสียงอืมม์ในลำคอ มือกดปุ่มคอนโทรลตัวละครสู้กับฝั่งแซคอย่างดุเดือด "ฉันเห็นนายเข้าไปในมาสเตอร์เบดรูม"

"ชิท" แซคพลาดไปวูบนึง ทำเอาสาวน้อยของเขาโดนคอมโบใหญ่ซัดจนเลือดเหลือครึ่งหลอด "ยังมีใครไม่รู้อีกเนี่ย ว่าแล้วว่าคาดาจต้องปากสว่าง หมอนั่นไม่เคยเก็บความลับได้อยู่แล้ว"

ลอซหัวเราะออกมาพรืดนึง "ไม่ แซค ไม่ใช่คาดาจหรอก ฉันเห็นจากกล้องวงจรปิดด้านหน้าน่ะ" เด็กชายกดให้ก๊อซซิล่ากระโดดหลบลูกเตะของตัวละครหญิง "ในนั้นเป็นยังไงบ้าง?"

"มาสเตอร์เบดรูมเหรอ? ก็อย่างที่นายเห็นในกล้องน่ะแหล่ะ" ความคิดของเขากระหวัดไปถึงกลิ่นอายโบราณของห้องที่ตกแต่งแบบยุคกลาง เครื่องเรือนที่ทำด้วยไม้หนาหนัก พรมสีแดงและน้ำเงินขึ้นวาดลายทอง ชั้นหนังสือปกหนัง และเตียงสี่เสา ทุกอย่างเบื้องหลังประตูคู่นั้นดูคล้ายกับเป็นอีกโลก โลกที่เขาไม่ต้องคิดอะไรและเสแสร้งว่ามันเป็นความฝันตื่นหนึ่ง

"ไม่" ลอซตอบมา "ฉันไม่เคยเห็นหรอก ในนั้นไม่มีกล้องวงจรปิด"

แซคเหลือบอีกฝ่ายวูบหนึ่ง ตัวละครของเขาพลิกกลับมาเอาชนะได้ในที่สุดและตอนนี้พวกเขาก็เข้าสู่ยกที่สอง "แต่งแบบในยุคอัศวินกับแม่หญิงน่ะแหล่ะ ถ้านายอยากเห็นลองแอบเข้าไปดูสิ"

เด็กชายส่ายหน้า "ไม่เป็นไร..." ก่อนจะเงียบไปพักใหญ่ คร่ำเคร่งอยู่กับการเอาชนะตัวละครของแซคทว่าในที่สุดก็แพ้เพราะไม่ค่อยจะเล่นเกมส์แนวนี้เท่าไหร่

หน้าจอปรากฏสีสันไฟนีออนวูบวาบบาดตาเมื่อตัวละครหญิงของแซคออกมาเยาะเย้ยเสียงแปร๋น ตบท้ายด้วยท่าหัวเราะโฮะๆเหมือนชิราโทริ เรโกะ อีกยกใหญ่ แล้วกลับเข้าสู่หน้าจอเลือกตัวละครอีกครั้ง

"ฉันขอโทษนะ"

แซคหันมามองอีกฝ่ายตาปริบๆ ก่อนจะยิ้มกว้าง "โอ๊ย ไม่เป็นไรหรอก คาดาจก็ฝีมือแย่พอๆกับนายน่ะแหล่ะ ขนาดหมอนั่นเล่นเกมส์วันละสี่ชั่วโมงน่ะนะ" เขาหัวเราะ คราวนี้เลื่อนเคอร์เซอร์ไปเลือกตัวละครหญิงอีกตัวที่สดใสไร้เดียงสากว่าตัวก่อน แต่กระโปรงสั้นพอๆกัน

"ฉันหมายถึง...เรื่องในแลป เรื่องที่ขอร้องให้นายลงไปในแลป" ลอซพูดโดยไม่มองหน้าเขา เด็กชายเลือกตัวละครเป็นนักมวยร่างยักษ์ "เพราะว่าฉันพลาด นายเลย...นาย--"

"อย่าไปใส่ใจเลย" เขาตบบ่าเด็กชาย "เอางี้ นายติดค้างฉันไว้เรื่องนึง เพราะงั้นวันข้างหน้าถ้าฉันขอให้ช่วยอะไรนายก็ห้ามอิดออดล่ะ โอเค๊?"

ดูเหมือนว่ารอยยิ้มกว้างโชว์เขี้ยวขาววับของแซคจะได้ผล ลอซดูกระตือรือล้นขึ้นกว่าเดิมมาก "โอเค แซคกี้ เอาล่ะ--"

ลอซถูกขัดจังหวะด้วยเสียงโทรศัพท์ ส่วนแซคตัวแข็งทื่อ และจากท่าทีของแซค เด็กชายก็เกร็งไปด้วยเช่นกัน

"นายจะไม่รับมันงั้นเหรอ?"

ริมฝีปากของแซคกระตุกขึ้นยิ้ม แต่หน้าของเขาทำใจให้ยิ้มไม่ได้ไปด้วย "ฉันไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้นแหล่ะ ใช่ เสียงเกมส์มันดังมาก"

"แซค เชื่อฉันสิ นายไม่อยากขัดใจป๋าหรอก"

แซคถอนหายใจ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นจากกระเป๋ากางเกงแล้วกดรับ และยังไม่ทันกรอกอะไรลงไป ปลายสายก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน

"สองทุ่มคืนนี้ในแลปเดิม พาเจ้า CSP 071 มาด้วย มันต้องถูกเจาะเลือดตามกำหนดการ"

เสียงสัญญาณขาดหายไปทันทีที่โฮโจสั่งงานเสร็จทำให้แซครู้สึกฉุน ลอซมองเขาแล้วเลียบๆเคียงๆถาม "ป๋าอยากเจอตัวนายงั้นเหรอ?"

"อืม" เขามองโทรศัพท์ ก่อนจะยัดมันลงกระเป๋ากางเกง "สองทุ่ม ที่แลป แต่ฉันไม่ชอบเลยซักนิดที่ซอร์ดจะต้องถูกเจาะเลือด"

"บ่ายนี้พวกเราทำท่าสนิทกันแล้วคืนนี้นายมานอนห้องฉันสิ ส่วนทางพี่ชายก็เล่าเรื่องผีให้คาดาจฟังซักเรื่องสองเรื่อง รับรองว่าคืนนี้พี่ชายไม่ว่างพอจะเช็คนายหรอก"

แซคหัวเราะหึๆ ดูเหมือนว่าในบรรดาเด็กบ้านเครสเซนต์จริงๆแล้วลอซจะเจ้าเล่ห์ที่สุด "นายอย่ากลัวเองก็แล้วกัน"

ลอซยิ้มกว้าง "ไม่กลัวหรอก ถ้าฉันเป็นคนกุเรื่องน่ะนะ"

......................................................

"แซค ได้โปรด ด้วยสิทธิ์ในการเลี้ยงดู หมานายกำลังโจมตีฉัน"

แซคละจากวงไพ่บนโต๊ะอาหารหันมาทางเซฟิรอธที่ยืนอยู่หน้าเตา ก่อนจะเลื่อนสายตาลงไปเบื้องล่าง พบว่าไอ้ลูกชายของเขากำลังฟัดสุดเหวี่ยงอยู่กับรองเท้าแตะหัวตุ๊กตาหมาเซนต์เบอร์นาร์ดที่เซฟิรอธกำลังสวมอยู่

"ไม่เซฟ มันแค่กำลังเล่นกับนาย...รองเท้านาย มันนึกว่าเป็นเพื่อนมันน่ะ"

เซฟิรอธเหลือบมองลงไปยังลูกหมาที่ปลายเท้า ซอร์ดเงยหน้าขึ้นมาเห่าฮ่ง ก่อนจะกระโจนใส่เจ้ารองเท้าที่น่าสงสาร "ไม่ แซค ข้อหนึ่ง ฉันกำลังทำอาหารอยู่ การที่มีจิตสังหารวนอยู่รอบๆตัวทำให้การตั้งสมาธิกับสิ่งอื่นที่ไม่ใช่การต่อสู้ทำได้ลดทอนลง ข้อสอง ฉัน--"

"โอเค เซฟ" แซคกลอกตา ก่อนจะถอดรองเท้ารูปกระต่ายของตัวเองโยนไปให้กับบีเกิ้ล "ฮัลโล สวีทฮาร์ท มาเล่นกับหนูกระต่ายเร้ว" เขาปรบมือเรียกร้องความสนใจจากลูกชายตัวจิ๋ว หากแต่ซอร์ดแค่หันมามองรองเท้าหัวกระต่ายสีชมพูเพียงแว่บเดียวก็กระโจนเข้าเล่นกับเซนต์เบอร์นาร์ดต่อ "ว้าว เซฟ เห็นมั๊ยว่ามันไม่ล่ากระต่าย มันแค่อยากเล่นกับหมานายเท่านั้นแหล่ะ ยังดีนะที่มันยังเด็กอยู่ ไม่งั้นเซ็กซี่ขาดบาดใจอย่างนายมีหวังโดนเย่อแหงๆ"

ลูกชายคนโตของบ้านเครสเซนต์ก้มมองเจ้าลูกหมาอีกครั้ง ทำหน้าครุ่นคิดพิจารณาราวกับกำลังประชุมวาระสงครามระหว่างประเทศ "ก็ได้" เซฟพูดพลางสะบัดรองเท้าข้างที่เจ้าบีเกิ้ลกำลังฟัดอยู่ ก่อนจะหันไปทำอาหารต่อ

"โอ๊ย ให้ตายเหอะเซฟ ฉันตกหลุมรักนายเต็มเปาเลยว่ะ" แซคถลาจากเก้าอี้เข้าไปกอดเอวของชายหนุ่ม ไม่ใส่ใจเสียงคาดาจตะโกนไล่หลังมาว่าเขาจะล้มเกมส์เพราะไพ่ห่วยไม่ได้เด็ดขาด เพราะอย่างงั้นจงกลับมาเล่นซะ "ฉันรู้ว่าซักวันนึงนายจะต้องเข้าใจ ก็ซอร์ดน่ารักขนาดนี้นี่นา"

"แซค" เซฟิรอธหันมามองเขาอย่างอ่อนใจ "ฉันสละรองเท้าข้างนึงเพื่อให้หมาของนายพ้นจากการพันแข้งพันขา เกะกะฉันตอนทำครัว นายต้องการรองเท้าอีกข้างมั๊ย?"

แซคถอนหายใจ ก่อนจะแนบหน้าลงบนแผ่นหลังระหว่างสะบักของเพื่อน "โรแมนติกอะไรอย่างงี้นะ นี่สิถึงจะเป็นครอบครัวสุขสันต์"

"ใช่ แซค แล้วนายก็แต้มห่วยที่สุดในวง เพราะงั้นไปเปลี่ยนใส่ชุดเทเลทับบี้มาซะ" ยาซูยิ้มกว้างขณะโบกไพ่แต้มอัปรีย์ให้เขาดู

.............................................

"แก-ทำ-บ้า-อะไรน่ะ?"

"เฮลลลลโหลลลล" แซคยิ้มกริ่ม พลางเต้นไปมาเหมือนในการ์ตูนแล้วเริ่มร้องเพลง แล้วก็ต้องร่วงลงไปหัวเราะก๊ากเมื่อเห็นสีหน้าของอีกฝ่าย

"แค่โง่หรือว่าการใช้ซิมูเลเตอร์มีผลต่อสมอง? ไม่ แค่โง่มากกว่า ผลงานของฉันไม่มีทางมีข้อผิดพลาดขนาดนี้แน่ๆ" โฮโจพึมพำกับตัวเองพลางจดอะไรซักอย่างลงไปในกระดาษ

"อย่าซีเรียสน่า" แซคโบกมือ "วันนี้ฉันแพ้พนันพวกลูกชายของนาย เลยต้องแต่งเป็นทิงกี้วิงกี้"

โฮโจมีสีหน้ารังเกียจอย่างเห็นได้ชัดเมื่อมองชุดตุ๊กตาที่แซคใส่อยู่ อันที่จริงแซคก็แทบจะมั่นใจอยู่แล้วว่าอีกฝ่ายต้องไม่เคยดูรายการแบบนี้แน่ๆ "ทิงกี้วิงกี้จากเทเลทับบี้ รายการการ์ตูนสำหรับเด็กวัยก่อนเข้าโรงเรียน นำแสดงโดยมนุษย์ต่างดาวไร้รสนิยมแล้วก็ตาบอดสีที่จะเตรียมพร้อมให้หนูน้อยกลายเป็นเกย์ในวันข้างหน้าด้วยเทคนิคการเข้าตีสนิทผู้ชายเพื่อหวังอึ๊บแบบไม่ให้อีกฝ่ายเตะผ่าหมาก ลอซมีวีดีโอเรื่องนี้นะ สมมติถ้านายสนใจน่ะ" แซคอรรถาธิบาย

"ฉันคิดว่าเด็กนั่นจะเป็นลูกชายคนสุดท้ายที่ไม่เป็นเกย์ซะอีก" โฮโจก้มมองชาร์ทในมือ แซคคิดว่าอีกฝ่ายทำเพราะอยากจะเบนสายตาให้พ้นจากมลภาวะสีม่วงมากกว่าดูข้อมูลที่เจ้าตัวจำขึ้นใจได้แล้วจริงๆ

"ไม่ ฉันไม่คิดว่าอย่างนั้นหรอก" แซคบอก "ลอซไม่ได้ชวนฉันนอนด้วย สิบขวบหรือไม่ใช่ แต่ฉันคิดว่าเสน่ห์ของฉันก็ยากจะต้านทานน่ะแหล่ะ นั่นเป็นข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนสุดๆ"

ดวงตาสีดำภายใต้กรอบแว่นมองเขาอย่างระอา นั่นทำให้เขารู้สึกแว่บๆขึ้นมาว่าความจริงโฮโจกับเซฟก็มีส่วนคล้ายกันไม่น้อย แต่แน่นอน เขาไม่มีวันเอ่ยปากกับเซฟเด็ดขาด ถ้าหากว่ายังอยากนอนเตียงเดียวกับชายหนุ่มน่ะนะ "แกไม่ได้นอนกับเซฟิรอธ"

"นั่นเป็นข้อยกเว้น" แซคตอบ พลางเต้นไปรอบๆห้องแล้วทำเสียงโอ๊ะโอจงใจกวนประสาทคนฟัง ก่อนจะหันมาหรี่ตาใส่โฮโจ "ว่าแต่นายรู้ได้ไงน่ะ"

โฮโจทำเสียงฮืมม์ในลำคอ ก่อนจะทำหน้ารำคาญ "เอาล่ะ ถ้าจะเป็นการกรุณา ช่วยหยุดเต้นรอบๆห้องเหมือนสมองแกถูกทำลายด้วยไอ้ตุ๊กตาปัญญาอ่อน แล้วก็ถอดชุดนั่นออกซะ"

"นายนี่ไม่มีอารมณ์ขันเอาซะเลย" แซคกลอกตา เขานึกถึงซอร์ดที่มีผู้ช่วยอีกคนพาตัวไปเจาะเลือดแล้วก็ไม่ค่อยสบายใจนัก ก็อย่างน้อยก็ไม่ใช่ยัยผู้หญิงแก่เรียนโรคจิตคนนั้น "แต่ก็ได้ อันที่จริงมันก็ไม่ได้สบายนักหรอก" แซคค่อยๆลอกคราบม่วงๆของเขาออกจนกระทั่งชุดตุ๊กตาหนาหนักลงไปกองอยู่แทบเท้า รอยที่ถูกโฮโจกระทืบยังเหลือเป็นปื้นม่วงจางๆ "โอเค คราวนี้ก็อุทิศเสื้อกาวน์ของนายมาซะ โปรเฟสเซอร์"

เจ้าของผมดำทำหน้าไม่รู้สึกรู้สาพลางส่งแว่นตาซิมูเลเตอร์ให้กับเขา

"เฮ้!" แซคตะโกนลั่น "นายจะปล่อยให้ฉันเผชิญกับฝูงซอมบี้ทั้งที่ยังใส่กางเกงในตัวเดียวไม่ได้หรอกนะ! ฉันหมายถึง ถ้ามันเกิดอารมณ์หื่นกะปล้ำขึ้นมาล่ะ? ขอบคุณ แต่ฉันไม่ใช่เนโครฟิลเลีย"

"ถ้านายอยากจะใส่ไอ้ชุดนั่นก็ตามใจ" โฮโจหันหลังแล้วเดินขึ้นบันไดไปชั้นสังเกตการณ์อย่างไม่แยแส

"ก็ได้ๆ!" แซคตกลงอย่างขุ่นเคือง สวมแว่นซิมูเลเตอร์ก่อนจะเปิดเครื่อง เพราะด้วยความสัตย์จริง ไม่มีอะไรเลยที่จะรับประกันว่าเป็นเทเลทับบี้แล้วเปอร์เซนต์โดนรุมโทรมจะลดลง อย่างน้อยถ้าภาพหลุดออกไปเขาจะได้มีข้ออ้างว่าครอบครองเรือนร่างร้อนแรงเกินกว่าที่สามโลกจะอดใจไหว

......................................................

ต่อสู้ในบ๊อกเซอร์ตัวเดียวไม่สนุกเหมือนอย่างที่เคยอ่านในหนังสือการ์ตูนซึ่งตัวเอกสาวจะเสื้อขาดผ้าหลุดจนเหลือเพียงเศษเล็กเศษน้อยปกปิดตัวเป็นการเซอร์วิสนักอ่านชาย แต่เอาเข้าจริงแล้วมันเป็นเรื่องที่ทารุณมาก เพราะเกือบสิบครั้งได้ที่กงเล็บของสัตว์ประหลาดเฉียดผ่านไอ้หนูของเขาจนถ้ามันเป็นตัวจริงๆ เลือดคงสาดไปแล้ว ยังดีหน่อยที่บ๊อกเซอร์ของเขาเป็นแบบคล่องตัว ไม่อย่างนั้นคงลำบากพิลึกเวลาวิ่งสู้ฟัดกับพวกซอมบี้ทั้งขโยง

เหงื่อเม็ดเป้งๆไหลอาบร่างเขาราวกับเพิ่งขึ้นจากสระว่ายน้ำ อากาศเย็นเฉียบของเครื่องปรับอากาศทำให้ผิวกายของเขาเย็นเฉียบ แซคสบถอยู่ในใจ ถึงแม้ว่าตอนนี้จะยังไม่เป็นไร--ถ้าไม่นับว่าเหนื่อยจนแทบจะขาดใจตาย--เขาก็รู้ได้เลยว่าทันทีที่อะดรีนาลีนตกวูบลงอยู่ในระดับเดิม เขาต้องจับไข้แน่ๆ

เท้าเปลือยของเขาลื่นด้วยเหงื่อและมันทำให้เขาพลาดล้มลง เขารู้สึกปวดมวนในท้อง...ดูเหมือนกับว่ามื้อเย็นจะซัดหม้อไฟหนักไปหน่อย พอมาวิ่งช่วงแรกแค่จุกๆ ทว่าตอนนี้เขารู้สึกเหมือนอยากจะอ้วกเอาซะให้ได้

ทว่าดูเหมือนกับร่างที่นอนทอดระทวยอยู่บนพื้นของเขาในสายตาของพวกซอมบี้แล้วจะไม่ต่างจากซูชิสาวงามสำหรับลุงแก่ๆหื่นๆ เจ้าพวกนั้นรุมกลุ้มเข้ามาหาเขาราวกับวีดีโอหนังเอวีเวอร์ชั่นรุมโทรม แซคกระชากปืนซิมูเลเตอร์ของเขาก่อนจะยิงกราดใส่ไอ้ตัวน่าขยะแขยง ทว่าเขามีปืนกระบอกเดียวแต่ซอมบี้มีเป็นสิบ เพราะงั้นความเจ็บปวดจึงทะลักท่วมจากจุดที่โดนกัด

หายใจ! หายใจสิแซค! เขาตวาดใส่มโนสติของตัวเอง พยายามยกแขนขึ้นเล็งหัวเจ้าซอมบี้ให้มันร่วงทีละตัว แต่ในเวลานั้นแม้แต่การหายใจก็ยังทำได้ยาก ถึงกระนั้นเขาก็ฝืนใจตัวเอง เพราะรู้ดีว่าแม้มันจะเป็นแค่ซิมูเลเตอร์ที่สร้างบาดแผลทางกายหรือทำให้เลือดออกไม่ได้ แต่ความเจ็บปวดนี่เป็นของจริง สมองของเขาเจ็บปวดจริงๆและถ้าเขาไม่--

น้ำตาทะลักออกมาจากเบ้าตาเมื่อซอมบี้ตัวสุดท้ายถูกระเบิดหัวพร้อมกับตัวอักษรเกมส์โอเวอร์ที่ขึ้นเด่นหรา แซคได้แต่นอนอยู่ตรงนั้น ความเจ็บปวดที่พล่านไปทั่วตัวเริ่มคลายออกแล้ว แต่ในความคิด ในจิตใต้สำนึก เขายังคงถูกฉีกเป็นชิ้นๆ มีสภาพไม่ต่างจากซากศพที่หายใจรวยรินอยู่

ภาพจากซิมูเลเตอร์หายไปแล้ว แต่แซคมองไม่เห็นอะไรนอกจากความมืด ความเจ็บแหลมลึกผ่านเข้ามาวูบหนึ่ง ก่อนจะเป็นความรู้สึกของของเหลวที่ถูกอัดเข้ามาในร่างกาย หัวเข็มแหลมๆขยับครั้งหนึ่ง และของเหลวก็ถูกดันเข้ามาอีกระลอก

ใครซักคนพูดอะไรซักอย่าง และเมื่อเสียงพื้นรองเท้าเสียดสีกับพื้นห้องดังขึ้น แซคก็ผวาคว้าร่างนั้นไว้ ตาของเขายังคงมีแต่ภาพสีดำแม้ว่าจะลืมอยู่ แม้ว่าแว่นซิมูเลเตอร์จะถูกถอดออกไปก็ตามที

"ได้โปรด อย่าไป อย่า..." เขากระซิบเสียงแผ่วอย่างสิ้นหวัง

เสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้นอีก คนๆนั้นกำลังพูดอะไรซักอย่าง ร่างของเขากระตุกเมื่อเสียงฝีเท้าของคนจำนวนหนึ่งดังขึ้น "อย่าไป" เขายึดร่างนั้นไว้ ความเจ็บปวดยังคงหนาแน่นอยู่ในร่าง แต่ประสาทสัมผัสเขาเลือนลางจนแทบดับหาย เขาเจ็บ เขากลัว เขาไม่อยากตายอย่างโดดเดี่ยว

สัมผัสของผิวหนัง...มือ...มือที่อุ่นกว่าอุณหภูมิร่างกายของเขาแตะตรงซอกคอครู่หนึ่ง ก่อนจะเลื่อนขึ้นไปสัมผัสแก้ม เสยเอาเส้นผมยาวเปียกเหงื่อที่ลู่กับหน้าของเขาออก

"อย่าไป" เขาพยายามกระซิบ

ของเหลวไหลผ่านเข็มฉีดยาที่อยู่ตรงแขนทะลักเข้าสู่ร่างกายของเขาอีกครั้ง ก่อนที่ความเจ็บปวดและมโนสติทุกอย่างจะดับสิ้นลง

++++++++++++++++++++++++++++

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:


smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

แซค... น่าสงสาร แต่ยอมรับว่าเป็นคนที่เหมาะกะการโดนรังแกมว้ากกกกก cry cry cry (โรคจิต...)

แต่ชอบครอบครัวสุขสันต์ค่ะ
cry น่ารักกกกกกกกกกก

(แซคเขาไม่ได้อยากได้รองเท้าสักหน่อย เซฟี่ก็... ถึงเจ้านายกับสัตว์เลี้ยงจะไ่ม่มีความแตกต่างกันก็เถอะนะ )
#1  by  melody in the world of the tale At 2010-08-08 23:19, 

<< Home