เย้! อีกไม่กี่วัน ท่าน hyperkaoru ก็จะกลับแล้วค่ะ พร้อมกับโปรเจ็คและพล็อต fic อีกล้านแปด (เล่นไม่ต้องทำงานทำการกันละเอ็ง T^T) หลังสงกรานต์ อานจังก็มิต้องอยู่เดียวเปลี่ยวใจแล้ว~
เท้าหายแล้วค่ะ ขอบคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจ ต่อไปรักษาโรคอ้วนต่อ (กร๊ากกก) ไม่ได้ออกนอกบ้าน + ไม่มีตังค์ อยากกินอาหารญี่ปุ่นก็ไม่ได้กิน เลยต้องอาศัยซูชิแถวบ้านแทนไปก่อน กินไปกินมารู้สึกว่าอร่อยกว่าของต้นตำรับ กร๊ากก สงสัยเราจะลิ้นไม่ถึง ชอบกินอาหารที่ปรุึงแต่งด้วยรสชาติของคนไทย (มีสารพัดหน้าที่คุณไม่สามารถพบเจอได้ง่าย ๆ เป็นต้นว่าหน้าแมงกระพรุน หน้าสลัด หน้าเอ็นหอย มีหลายรสให้เลือกอีกต่างหากนะ) เลยกินซะกลมแล้วละค่ะตอนนี้ (ได้ข่าวว่ากลมมานานแล้ว?)
กินเสร็จแล้วนับราคา รู้สึกว่า ไปกินตามร้านออกจะถูกกว่า T^T
บ่นเรื่องกินเรียบร้อยแล้ว ไปอ่าน Sephiroth กิน Cloud กันดีก่านิ เหมือนเดิม fic เรื่องนี้อุดมด้วยฟักแฟงแตงโมไชโยโห่ฮิ้ว เพราะฉะนั้น ท่านที่ไม่ชอบ รับไม่ได้ ไม่นิยมเกย์ หรืออายุยังไม่ถึง กดไปอ่าน blog อื่น ๆ แทนก่อนน้า จรุ๊บ ๆ
----------------------------------------------
Chapter 64 : Cloud
คลาวด์ปล่อยตัวเองให้ดื่มด่ำไปกับจูบอันแสนหวานจากริมฝีปากของเซฟิรอธเนิ่นนาน ก่อนที่จะเป็นฝ่ายถ่ายถอนจูบออกมาเอง ท่ามกลางความมืดที่เหลือเพียงเงาจันทร์ เซฟิรอธยิ่งดู...คลาวด์ไม่มั่นใจว่าเขาจะใช้คำว่าสวยกับร่างตรงหน้านี้ได้หรือไม่ เพราะแนวโค้งของไลน์กล้ามเนื้อที่ปรากฏอยู่ภายใต้แสงจันทร์ทาบทออบอวลไปด้วยเสน่ห์ของเพศชายอย่างเด่นชัด
เอาเป็นว่า มันสวยมาก ก็แล้วกัน
คลาวด์เบียดตัวเองเข้ากับความอบอุ่นของอ้อมอกเปลือยเปล่าที่อยู่ตรงหน้า ใช้สองมือเกาะหลวม ๆ อยู่บนแนวบ่า แล้วซุกใบหน้าลงกับซอกคอ ปล่อยให้กลิ่นหอมจาง ๆ ของเส้นผมสีเงินโชยเข้าจมูก "หวังว่าคุณคงจะไม่ได้ง่วงมากนักนะฮะ ผมนอนไม่หลับ อยากหาเพื่อนคุยด้วย" เด็กหนุ่มพูด
เซฟิรอธนิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่เหมือนกับจริง ๆ แล้วเจ้าตัวไม่ได้อยากพูดอะไรเลย "คุยเรื่องอะไรล่ะ?"
"เรื่องอะไรก็ได้ฮะ" คลาวด์ตอบ "จริงสิ ผมอยากรู้เรื่องของแซค คุณเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมฮะ?"
"ทำไมถึงต้องเป็นแซค?" เซฟิรอธงึมงำถาม
"เพราะเวลาอยู่กับผม แซคเป็นเพื่อนที่เหมือนพี่ชายกลาย ๆ น่ะฮะ เขาเป็นคนที่นำผม บอกผมว่าควรจะทำนั่นทำนี่ เจ้ากี้เจ้าการ แต่ก็สนุกดีฮะ อะไรหลาย ๆ อย่างที่ผมไม่เคยรู้ ไม่เคยทำ ก็ได้มารู้ มาลองทำกับแซคนี่แหละ ผมก็เลยอยากรู้ว่า เวลาอยู่กับเพื่อนรุ่นพี่อย่างคุณ แซคเป็นคนยังไง เขาหงอคุณ เกรงใจคุณบ้างไหมฮะ" คลาวด์ตอบ "อีกอย่าง นี่ก็เป็นเพียงเรื่องเดียวที่เรามีร่วมกัน...ไม่ใช่เหรอฮะ?"
Chapter 65 : Sephiroth
เซฟิรอธมองเด็กหนุ่มคนข้างหน้าที่มีน้ำเสียงกึ่งตัดพ้อ แทรกนิ้วมือเข้าไปเล่นกับเส้นผมสีบลอนด์ เขาเพิ่งนึกได้ว่าสิ่งที่อีกฝ่ายพูดมาไม่ผิดแม้แต่น้อย โลกของพวกเขาช่างแตกต่างกันจนเซฟิรอธมองไม่เห็นเส้นแบ่งเลยด้วยซ้ำ
"แซค..." เขาขมวดคิ้ว พยายามเรียบเรียงความคิดเกี่ยวกับเพื่อนหนุ่มผมดำเพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดตรงไหนดี แซคก็คือแซค ไม่รู้ว่าหมอนั่นเข้ามาอยู่ในชีวิตของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีรอบๆตัวเขาก็มีหมอนั่นอยู่ข้างๆแล้ว "หงอ?" เขาทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ "แซคนั่นน่ะเหรอ? ไม่มีทางหรอก ครั้งแรกที่เข้ามาในบ้านชั้นหมอนั่นก็เล่นแคชบอลพลาดไปโดนแจกันราชวงศ์หมิงจนแตกเป็นเสี่ยง รวมหัวกับเจ้าคาดาจแกล้งลอซ ชวนเจ้ายาซูสูบบุหรี่ แล้วยังไม่นับเรื่องที่ใจกล้าถึงขนาดยกสะพานไฟห้องแลปของโฮโจลงน่ะนะ"
คลาวด์อ้าปากค้างกับวีรกรรมของเจ้าหัวเม่นที่เป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวเล็กน้อยที่อีกฝ่ายทำ "ไม่อยากเจอเชื่อเลย แซคไม่เคยบอกเรื่องพวกนั้นกับผมเลยซักนิด"
เขากลอกตา "เหอะ ก็ใช่น่ะสิ พอครั้งแรกรอดไปได้ ครั้งต่อไปเจ้าหมอนั่นก็ยิ่งลองดีหนักขึ้นไปอีก แต่ดูเหมือนพอถูกเจ้าพ่อบ้านั่นลากเข้าไปแลปสั่งสอนอยู่สองวันสองคืนเลยสงบไปบ้างน่ะ"
พอได้ยินว่ามีคนสามารถปราบแซคได้ คลาวด์ก็ตัวสั่นทำหน้าสยองขวัญ "พ่อของคุณเซฟิรอธนี่...น...น่ากลัวจังเลยนะฮะ" แต่แล้วอีกฝ่ายก็สะดุ้ง "เอ้อ! ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างงั้นนะฮะ คือ..ผมหมายความว่า--"
"หมอนั่นไม่ใช่แค่น่ากลัวนะ ยังวิปริตไร้จิตสำนึกอีกต่างหาก" เขากระชับเด็กหนุ่มในอ้อมกอดเข้ามา ตัดสินใจว่าถ้าจะต้องให้อีกฝ่ายไปที่บ้าน ไม่ว่ายังไงก็จะไม่ให้คลาดสายตาเขาเด็ดขาด "ว่าแต่เวลาแซคอยู่กับนาย..." พี่ชายน่ะเหรอ? เขานึกได้แต่ตอนที่อีกฝ่ายกลิ้งหลุนๆอยู่บนพรม อ้อนโน่นอ้อนนี่ให้เขาทำอะไรให้อยู่บ่อยๆ หรือไม่ก็ซนซะจนนึกภาพแซคที่เป็น'พี่'ไม่ออก "หมอนั่นรุกนายบ้างรึเปล่า?"
Chapter 66 : Cloud
คลาวด์สะอึก
"หมายความว่ายังไงฮะ? รุกผมบ้างหรือเปล่า?" ดวงตาของเด็กหนุ่มวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจขึ้นมาทันที "ผมไม่รู้หรอกนะว่าในสายตาคนอื่น แซคจะดูเป็นคนยังไง แต่ในสายตาของผม แซคเป็นเพื่อนที่ดี เขาไม่เคยทำอะไรโดยที่หวังผลตอบแทน ไม่เคยฉวยโอกาส แล้วก็ไม่เคยเอาเปรียบเลยแม้แต่ครั้งเดียว ไม่ว่าจะเรื่องอะไร" คลาวด์ยันตัวลุกขึ้นจากตักของเซฟิรอธ "อย่างวันนี้ แซคก็ยอมเอาตัวเข้าเสี่ยงเพื่อให้ผมได้มาปั้นจิ้มปั้นเจ๋อเสนอหน้าอยู่กับคุณ ทั้ง ๆ ที่เขาไม่ได้อะไรเลย ผมว่ามันก็เป็นเรื่องยากที่แม้แต่เพื่อนที่ดีที่สุดของคุณก็คงจะไม่เคยทำให้ละมั้งฮะ"
เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืนอยู่ตรงหน้าเซฟิรอธ ทำท่าเหมือนจะพูดอะไรอีกแล้วก็เปลี่ยนใจ "ผมจะนอนละฮะ" คลาวด์ว่า "แล้วถ้าคุณไม่ว่าอะไรละก็ คุณไปนอนที่เตียงเถอะฮะ เตียงคุณมันกว้างเกินไป ดีเกินไป ผมนอนไม่หลับ ขอโซฟาให้ผมนอนแทนดีกว่า"
Chapter 67 : Sephiroth
เซฟิรอธได้แต่มองอีกฝ่ายก้าวฉับๆเดินตัดไปยังอีกฟากของห้อง หายลับเข้าไปกับเงามืดสีหม่นอีกครั้ง คลาวด์ขดตัวลงบนโซฟานอนหันหลังให้กับเขา นิ่งเงียบและไม่ได้พูดอะไรตอบกลับมาอีกเลย
บางทีเด็กหนุ่มอาจจะเข้าใจผิดอะไรซักอย่าง เขาไม่ได้ตั้งใจจะกล่าวหาแซคเลยซักนิด เซฟิรอธรู้ดีว่าคนเย็นชาแถมยังอารมณ์ไม่มั่นคงอย่างเขาไม่ควรจะมีเพื่อน การที่อนุญาตให้ชายหนุ่มผมดำเข้ามาในชีวิตอาจจะเป็นการตัดสินใจผิดก็ได้ ทว่าถึงจะเป็นอย่างนั้น เขาก็ยังรู้สึกยินดีกับการคงอยู่ของอีกฝ่าย
เซฟิรอธลุกจากโซฟาแล้วเปิดประตูซึ่งทอดออกไปยังระเบียงด้านนอก ก่อนจะปิดมันเพื่อไม่ให้ลมหนาวของยามค่ำคืนผ่านเข้าไปด้านใน วันนี้เป็นวันที่วุ่นวายยุ่งเหยิงยิ่งนัก เขาหลับตาลง ปล่อยให้สายลมพัดปะทะตีเส้นผมลู่ปลิวไปทางด้านหลัง ความรู้สึกเหนื่อยล้าแล่นเข้ามาจับกล้ามเนื้อทุกส่วน เซฟิรอธใคร่ครวญสิ่งที่อยู่ในหัวของเขาแล้วก็พบว่าหนทางที่ดีที่สุดเท่าที่เขาจะคิดได้ตอนนี้คือห่างไกลจากใจกลางพายุให้มากที่สุด
และนั่นหมายความว่าเขาไม่ควรจะพบกับคลาวด์ สไตร์ฟ อีกต่อไป
Chapter 68 : Cloud
งอนด้วยแฮะ
เสียงเลื่อนบานประตูกระจกที่เชื่อมออกไปยังระเบียง ทำให้คลาวด์ที่กำลังขดตัวกลมเหมือนหนอนปลอกอยู่ใต้สื้อคลุมยาวเกือบมิดหัวมิดหูอยู่บนโซฟาฝั่งตรงข้ามค่อย ๆ เหลียวหลังกลับมา เด็กหนุ่มมองผ่านความมืดออกไปยังระเบียงที่มีแสงจันทร์ส่องสว่าง และสีเงินจากเส้นผมยาวสลวยของเซฟิรอธสะบัดพลิ้วไปตามลมอยู่ตรงนั้น
อันที่จริงแล้วคลาวด์ก็รู้ตัวเหมือนกันว่าเขาทำไม่ดีกับเซฟิรอธ นี่ถ้าเป็นเมื่อก่อน...หมายถึงก่อนที่เขาจะถูกเซฟิอรธปฏิเสธน่ะนะ...เขาคงจะไม่กล้าทำท่าไม่พอใจใส่เซฟิรอธหรอก ต่อให้เป็นเรื่องที่ร้ายแรงกว่านี้ด้วย คลาวด์ถอนหายใจพรืดใหญ่ด้วยรู้สึกว่าตัวเองทุเรศ ด้วยปากก็บอกว่าชอบเขาปาว ๆ แต่ทุกอากัปกิริยาที่แสดงออกมาไม่ได้มีความจริงใจกับเขาเลยสักนิด ที่ก่อนหน้านี้ทำท่าหมาสั่นไม่มีปากมีเสียง ก็เพราะกลัวว่าถ้าทำอะไรขัดใจแล้วเซฟิรอธจะโกรธ ส่วนตอนนี้ก็หาเรื่องทะเลาะกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เพราะความไม่พอใจที่เซฟิรอธปฏิเสธตัวเอง
น่าทุเรศชะมัดเลย
คลาวด์ลุกขึ้นนั่ง ลังเลอยู่พักหนึ่งก่อนจะลุกขึ้นไปเปิดประตูระเบียง ลมเย็นที่ตีหน้าทำเอาเด็กหนุ่มต้องหดคอลงไปใต้สาบเสื้อคลุมพร้อมกับเอามือจับไว้ไม่ให้ลมพัดจนเสื้อเปิด ภาพของมหานครยามราตรีมีแสงไฟหลากสีแต้มอยู่ท่ามกลางความมืดเหมือนดวงดาวบนฟ้า น่าขำที่ฟ้าจริง ๆ กลับเป็นสีเทาและไม่มีดาวเลยสักดวง
"หนาวนะฮะ" คลาวด์เอ่ยขึ้นมาลอย ๆ หลังจากสังเกตเห็นว่าเซฟิรอธที่ยืนเท้าศอกชมวิวอยู่นั่นไม่แม้แต่จะหันมามอง แม้จะรู้แล้วว่าเขามายืนอยู่ข้างหลัง "แต่วิวสวย"
ชายหนุ่มไม่ตอบ
"ที่นี่เงียบจังเลยนะฮะ" คลาวด์ทำไม่รู้ไม่ชี้กับการไม่ตอบสนองของเซฟิรอธ เดินเข้าไปเกาะขอบระเบียง ชะโงกหน้าออกไปจนสุดแขน หลับตา และปล่อยให้ลมเป่าผมสั้น ๆ ของตัวเองจนกระจุยกระจายไปมาบ้าง "อันที่จริงที่บ้านผมก็เงียบ แต่ที่นี่เงียบไม่เหมือนที่บ้าน" เขายื่นมือออกไปทำท่าไขว่คว้าอากาศ ที่มีแสงไฟจากไฮเวย์เรียงรายอยู่ลิบ ๆ เหมือนทะเลดาว "มันเหมือนมีเสียงที่ดังมาจากข้างนอก แต่พอมาถึงที่นี่ เสียงนั่นก็หายไปหมด"
"ฉันชอบแบบนี้" เซฟิรอธพูดเรียบ ๆ
"คุณชอบอยู่คนเดียวเสมอเลยนะฮะ" คลาวด์เอี้ยวคอกลับมามอง "แม้กระทั่งในงานปาร์ตี้ที่มีคนมาก ๆ คุณก็ยังอยู่คนเดียว ไม่เหงาบ้างเหรอฮะ?"
หัวคิ้วของเซฟิรอธกดลงนิดหน่อย และนั่นทำให้คลาวด์หันกลับไปมองวิวข้างนอกตามเดิม "ขอโทษฮะที่ละลาบละล้วง"
ทั้งคู่เงียบกันไปพักใหญ่
"ไม่หนาวหรือ?" เซฟิรอธเป็นฝ่ายเปิดฉากการสนทนารอบใหม่ขึ้นมาก่อน
"ก็หนาวเหมือนกันแหละฮะ" คลาวด์ตอบ "แต่วิวมันสวย"
"เดี๋ยวเป็นหวัด" เซฟิรอธพูดต่อ
"เด็กบ้านนนอกน่ะแข็งแรงนะครับ" คลาวด์ยิ้ม ๆ "เด็กในกรุงอย่างคุณนั่นแหละ เคยตากน้ำค้างหาจิ้งหรีดทั้งคืนหรือเปล่า?"
"จิ้งหรีด?" คราวนี้อีกฝ่ายทำหน้าฉงน "หาจิ้งหรีดไปทำอะไร?"
"เอาไปกัดกันสิฮะ" คลาวด์ตอบด้วยท่าทางเหนือกว่า "เห็นไหม เด็กในเมืองไม่เคยเล่นอะไรแบบนี้จริง ๆ ด้วย"
"ฉันโตมากับของในห้องแลปโฮโจ" เซฟิรอธเล่าเรื่อย ๆ "ของเล่นจริง ๆ อย่างที่เด็ก ๆ เล่นกันยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ"
คลาวด์มองด้วยสีหน้าไม่เชื่อถือ
"จริง ๆ" คนเล่าต้องย้ำ "โฮโจน่ะไม่มีสำนึกของความเป็นพ่อหรอก เขาไม่เคยพาฉันไปสนามเด็กเล่น สวนสัตว์ หรือสวนสนุกอะไรทั้งนั้น ตอนเด็ก ๆ ฉันไม่ค่อยมีเพื่อนเท่าไหร่ โชคดีนะที่น้อง ๆ ของฉันเป็นแฝด ก็เลยมีเพื่อนเล่นวัยเดียวกันไปโดยปริยาย ตอนพวกนั้นเด็ก ๆ ฉันก็ต้องทำหน้าที่แทนพ่อ..."
คลาวด์เบิกตากว้าง "คุณน่ะหรือทำหน้าที่แทนพ่อ?"
"ทำไม?" ชายหนุ่มถามกลับ "อันที่จริงมันก็ไม่ใช่อะไรมากมายหรอก แค่พาไปเที่ยวในที่ ๆ เด็กควรไป ให้คำปรึกษาในสิ่งที่เด็กควรได้ ก็แค่นั้น" เจ้าตัวคนเล่าอมยิ้ม "แต่เจ้าพวกนั้นมันมีกันและกันอยู่แล้ว แถมยังแก่แดดเกินอายุกันทั้งนั้น ฉันน่ะไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่หรอก"
คลาวด์หัวเราะออกมาเมื่อนึกถึงหน้าของเด็กหนุ่มผมเงินที่โผล่เข้ามาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยในห้องน้ำตอนที่เขากับเซฟิรอธกำลังพันตูกันอยู่ และบอกพี่ชายถึงที่เก็บถุงยางกับเจลหล่อลื่นเหมือนคุ้นเคยกับมันมาตลอดชีวิตอย่างไม่มีเขินอายเลยซักนิด
ดู ๆ ไปก็น่าจะอายุพอ ๆ กับเขา หรือไม่ก็น้อยกว่าแท้ ๆ
"ว่าแต่มีน้องตั้งสามคน บ้านคงเจี๊ยวจ๊าวน่าดูเลยสิฮะ" คลาวด์หันกลับมาพิงหลังกับระเบียงเพื่อจะได้มองหน้าของเซฟิรอธชัด ๆ แล้วในตอนนี้
"นั่นก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ฉันย้ายออกมาอยู่คนเดียวที่นี่น่ะแหละ" เซฟิรอธพูดยิ้ม ๆ
คลาวด์กำลังจะอ้าปากพูดอะไรต่อ แต่แล้วก็ต้องรีบตะครุบปากตัวเอง เซฟิรอธเลิกคิ้วเมื่อเห็นว่าฝ่ายนั้นจามออกมาเสียงดังสนั่น
"เด็กบ้านนอกเป็นหวัดซะแล้ว" ชายหนุ่มว่า เมื่อคลาวด์ใช้หลังมือปาดน้ำมูกพรืด ๆ "เข้าไปข้างในเถอะ นี่ดึกมากแล้ว รีบนอนซะดีกว่า พรุ่งนี้นายจะต้องเผชิญหน้ากับผู้ปกครองจอมเฮี้ยบของนายนะ อย่าลืม"
คลาวด์เงยหน้าขึ้นยิ้ม "งั้นเราไปนอนด้วยกันสิฮะ ถ้าจำไม่ผิด เตียงยังพอมีที่เหลือ ผมจะยอมให้คุณนอนก็ได้นะ ถ้าคุณสัญญาว่าจะไม่นอนดิ้น"
โดยไม่รอคำตอบ คลาวด์ก็ดึงแขนของเซฟิรอธ แล้วจับลากเข้ามาในห้องที่อบอุ่นแล้วเลื่อนประตูระเบียงปิดดังปัง
to be continue