Title : No Kidding, Baby
Fandom : FFVII KOD'sverse
Parings : HojoxLucrecia
Rating : PG
Summary : ลูเครเซียไม่เคยล้อเล่น ชาลัวร์คิดว่าเธอน่าจะรู้ตั้งแต่แรกแล้ว แต่...
+++++++
+++++++
ในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ที่เครื่องมือครบครันและทันสมัยที่สุดในมิดการ์ ชาลัวร์บิดขี้เกียจหลังจากที่ทดลองใช้ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์สำหรับประมวลผลสเปรกตรัมที่ได้จากเครื่องตรวจหาโลหะหนักในตัวอย่างทดลอง มันเป็นเครื่องใหม่ล่าสุดที่หน่วยค้นคว้าส่งมาให้ทางห้องปฏิบัติการทดลองใช้ ซึ่งสามารถตรวจวัดได้ที่ละหลายตัวอย่างและใช้เวลาประมวลผลเร็วอย่างแทบไม่น่าเชื่อ ราวกับเป็นไฮสปีดอินเตอร์เน็ตเมื่อเทียบกับโมเดม 56k กับเครื่องเดิมที่มีใช้อยู่ในห้องแล็บ
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์หรือซุปเปอร์คอมพิวเตอร์จะถูกผลิตออกมากี่รุ่นต่อกี่รุ่น ความเร็วในการส่งต่อข้อมูลของมันก็เทียบไม่ได้กับการแพร่กระจายข่าวลือในองค์กรเครสเซนต์
ถึงแม้ว่าชาลัวร์จะไปออกเดทบ้างในคืนที่ไม่ได้ติดงาน แต่การหมกตัวอยู่ในห้องแล็บทำให้ชาลัวร์ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของวงซุบซิบนินทาร้อนฉ่าของโลกภายนอก เพราะงั้นเมื่อผู้ช่วยของเธอกระมิดกระเมี้ยนขอข้อคอนเฟิร์มจากชาลัวร์ในตอนที่พวกเธอรอผลการตรวจพีซีอาร์ว่า แหวนเพชรวงงามบนนิ้วนางข้างซ้ายของลูเครเซียนั่นใช่แหวนหมั้นจริงรึเปล่า ชาลัวร์จึงต้องเลิกคิ้วสูง ก่อนจะต่อโทรศัพท์ถึงเพื่อนสนิทที่ลาพักร้อนเพื่อเล่าถึงข่าวลือไร้สาระ...หรือขอคอนเฟิร์มจากเจ้าตัวอีกทีนึง
"ไม่ใช่หรอกจ่ะ ชาลัวร์" ลูเครเซียตอบด้วยน้ำเสียงหวาน ๆ ซึ่งทำให้ชาลัวร์โล่งใจเหมือนยกโกลด์ซอร์เซอร์ออกจากอก แม้ว่าลูเครเซียจะมีอะไรกับโฮโจ (ซึ่งนั่นก็เป็นความผิดของเธอส่วนหนึ่ง) แต่การหมั้นกับนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องที่วัน ๆ ไม่ทำอะไรนอกจากทำการทดลองและคุยกับตัวเองจนผู้ช่วยประสาทเสียขอลาออกไปปีต่อปีนั่นอีกเรื่อง
อย่างไรก็ตาม คำพูดที่ตามมาทำให้แก้วกาแฟที่อยู่ในมือของเธอเกือบตกแตก
"แหวนแต่งงานต่างหาก แล้วก็ไม่ใช่เพชรจ่ะ หัวแหวนทำมาจากมิสทริลเม็ดที่สวยที่สุดในเหมืองเลยนะ เดี๋ยวอังคารนี้ฉันเข้าไปแล้วจะเอาไปโชว์ให้ดูละกัน"
ชาลัวร์รู้สึกเหมือนไมเกรนที่หายไปนานแสนนานของเธอกำลังจะกำเริบขึ้นมาอีกระลอก "ลูซ เธออยู่ไหนน่ะ?"
"ตอนนี้ฉันอยู่ที่โฮมแอนด์เดคอร์เซ็นเตอร์น่ะจ่ะ"
"เยี่ยม อีกสามสิบนาทีฉันจะไปถึงที่นั่น เรามีเรื่องต้องคุยกัน" ชาลัวร์ตัดสายโทรศัพท์ คุ้ยยาแก้ปวดจากกระเป๋าถือแล้วกลืนมันลงไปพร้อมกาแฟที่เหลือ ก่อนจะพุ่งตรงไปยังลานจอดรถ
---
ชาลัวร์ถึงตึกโอ่โถงของศูนย์รับจัดสร้างและตกแต่งบ้านใจกลางมิดการ์หลังจากที่เธอวางสายในสิบห้านาทีต่อมา และสองนาทีต่อจากนั้น เธอกับลูเครเซียก็มานั่งในเลาจน์ส่วนตัวแห่งหนึ่งที่จัดสร้างให้สถาปนิกคุยกับลูกค้าที่มาใช้บริการในศูนย์
"บอกฉันสิว่านี่เป็นเรื่องล้อเล่นน่ะ" ชาลัวร์ชายตามองแหวนที่ประดับอัญมณีเม็ดเขื่องที่แพงกว่าเพชรอยู่หลายเท่าตัว มูลค่าของมันประมาณคร่าว ๆ ก็น่าจะทัดเทียมกับผลประกอบการของธุรกิจเครือเครสเซนต์ทั้งไตรมาส ยิ่งตอกย้ำไปอีกว่ามันคงไม่ใช่แหวนที่คุณหนูบ้านเครสเซนต์ซื้อมาใส่เล่น ๆ อย่างแน่นอน
ลูเครเซียยิ้มหวาน วันนี้เธออยู่ในชุดกระโปรงสีแดงของเฟอร์รากาโมคลุมด้วยเบลเซอร์สูทสีขาวของดิออร์ที่เปื้อนคราบซอสบนปกเสื้อ หากไม่ใช่แหวนแต่งงานที่เด่นหรานั่นแล้ว ชาลัวร์คงไม่เชื่อว่ามันเป็นเรื่องจริง เพราะเมื่อสามวันก่อนลูเครเซียยังง่วนอยู่กับการเพาะเชื้อแบคทีเรียอยู่เลยด้วยซ้ำ
"ไกอาช่วย ลูซ มันเกิดขึ้นได้ยังไงเนี่ย แล้วทำไมฉันถึงไม่รู้ล่ะ โทษทีนะ ว่าแต่พ่อเธอรู้รึยังเนี่ย?" โอ้ ไกอา มินอร์ว่า ชาลัวร์ไม่อยากจะคิดเลยว่าเธอจะรู้สึกยังไงหากลูกสาวเพียงคนเดียวที่เลี้ยงมาอย่างทะนุถนอมคอยเอาใจเหมือนเจ้าหญิงไปแต่งงานกับนักวิทยาศาสตร์ที่อายุมากกว่าสิบปีอย่างโฮโจ
"สำหรับคำถามแรก มันเกิดขึ้นตอนที่ฉันขึ้นไปเยี่ยมด๊อกเตอร์ในห้องแล๊บน่ะ พวกเรามีเซ็กซ์กันเสร็จแล้วก็กินอาหารจีน แล้วระหว่างที่ฉันกำลังกินบะหมี่ ฉันก็นึกขึ้นมาได้ว่าสารคดีที่เพิ่งดูเมื่อวันก่อนบอกว่าคนจีนใช้บะหมี่เป็นอาหารในพิธีแต่งงานเพื่อให้ชีวิตคู่ยืนยาว ฉันก็เลยขอด๊อกเตอร์แต่งงาน"
"อะไรนะ?" ชาลัวร์อ้าปากค้าง อึ้งสนิทเมื่อได้ยินที่ไปที่มาของข่าวลือสะเทือนโลกที่ทำให้ดัชนีหุ้นผันผวนยกใหญ่ครั้งนี้ "เธอแต่งงานกับเขา...เพราะบะหมี่เนี่ยนะ?"
"บ้า ไม่ใช่อย่างงั้นหรอกจ่ะชาร์ล" ลูเครเซียโบกมือพร้อมกับหัวเราะคิก "ฉันแต่งงานกับด๊อกเตอร์เพราะว่าเขาฉลาดแล้วก็น่ารักดีต่างหาก"
การที่ได้ยิน 'โฮโจ' กับ 'น่ารัก' อยู่ในประโยคเดียวกันทำให้ชาลัวร์นึกอยากตบบุหรี่ออกมาอัดลงปอด อย่างไรก็ตาม ไมเกรนที่พุ่งปรี๊ดทำให้เธอแกะยาแก้ปวดออกมากินอีกเม็ดอย่างไม่สนใจว่าเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วจะเพิ่งกินไป
"แล้วหมอนั่นก็โอเค?" ชาลัวร์ถามเพลีย ๆ อันที่จริงคำถามนี้เธอไม่ได้ตั้งใจถามซะด้วยซ้ำ ผู้ชายที่ถึงโง่และตาบอดก็คงไม่คิดปฏิเสธลูกสาวคนเดียวของตระกูลเครสเซนต์ เจ้าของอาณาจักรการแพทย์ครบวงจร ที่มีตั้งแต่มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล ห้องปฏิบัติการ โรงงานผลิตและจำหน่ายครุภัณฑ์และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ รวมถึงสถานบำบัดอีกนับร้อยแห่ง
"ด๊อกเตอร์บอกให้ฉันไปทำ MRI เพราะคิดว่าฉันคงจะติดเชื้อโรคสเตร็ปโตค๊อกคัสที่มากับตัวอย่างทดลองจนทำให้สมองอักเสบน่ะจ่่ะ แต่ฉันบอกว่าฉันไม่ได้เป็นโรคสเตร็ปโตค๊อกโคซิสซักหน่อย ฉันแค่ท้อง"
คราวนี้ชาลัวร์คว้าถ้วยกาแฟของเธอไม่ทันและมันก็หกเจิ่งนองลงบนพรมสีพิงค์เบจ แต่ถึงแม้ว่ามันจะเป็นพรมเปอร์เซียราคาเกือบเท่าเงินเดือนทั้งปีของเธอ ชาลัวร์ก็ไม่คิดสนใจด้วยซ้ำ "เธอท้อง!!"
"อื้อ" ลูเครเซียตอบยืนยัน ก่อนจะเลื่อนกาแฟของตัวเองให้กับชาลัวร์ ซึ่งเธอก็รับมาดื่มจนหมดแก้ว "ฉันรู้น่า ชาร์ล ว่ามันไม่ค่อยโรแมนติกเท่าไหร่หรอกกับการขอแต่งงานตอนกำลังกินบะหมี่ในกล่องกระดาษ หรือจดทะเบียนสมรสโดยไม่มีงานแต่งงานน่ะ แต่ด๊อกเตอร์บอกว่าจะไม่ยอมแต่งเด็ดขาดถ้าหากว่าต้องใส่ชุดทักซิโด้สีขาว ลอยลงมาบนชิงช้าดอกไม้ขณะที่ฉากหลังเป็นวีดีทัศน์แนะนำเจ้าบ่าวเจ้าสาว แล้วมีเลเซอร์รูปหัวใจยิงมาจากทุกทิศทุกทางน่ะ" ทายาทสาวบ้านเครสเซนต์ถอนหายใจอย่างเสียอกเสียดาย "ฉันนึกว่าจะได้ตัดเค้กสิบชั้นแล้วเดินแจกตุ๊กตาคุณหมีเป็นของชำร่วยให้กับแขกซะอีก"
ชาลัวร์คิดว่าไม่เรื่องเซอร์ไพรส์สุดโต่งก็ยาแก้ปวดเกินขนาดน่ะแหล่ะที่ทำให้เธอหัวเราะออกมา เธอหัวเราะจนหมดแรงก่อนจะปาดน้ำตาที่มุมตาอย่างไม่กลัวมาสคาร่าเปื้อน "นี่มันบ้าไปแล้วชัด ๆ ลูซ...ลูเครเซีย เครสเซนต์ เธอบ้าไปแล้ว" ชาลัวร์ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเพื่อนของเธอกำลังจะแต่งงานกับด๊อกเตอร์โฮโจ และยิ่งไปกว่านั้น ท้อง!! ท้องกับอีตาผู้ชายที่ดูเหมือนจะตายด้านนั่น ถ้าข่าวต่อมาเป็นข่าวที่มิสเตอร์เครสเซนต์หัวใจวายตายล่ะก็ ชาลัวร์จะไม่รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องน่าตกใจเลยแม้แต่น้อย
"ตอนนี้เรือนหอกำลังสร้างอยู่จ่ะ ฉันให้ป๊ะป๋าเกณฑ์คนเร่งสร้างเต็มที่เลย อีกสองเดือนคงจะเสร็จน่ะแหล่ะ"
ชาลัวร์เดินไปหยิบเหยือกกาแฟมาตั้งบนโต๊ะของเธออย่างไม่เกรงอกเกรงใจใคร และหลังจากได้กาแฟดำอีกแก้ว เธอก็ส่งยิ้มให้กับเพื่อนสนิท
"หากว่านั่นเป็นการตัดสินใจของเธอนะ ลูซ ฉันก็ขอยินดีด้วย งั้นให้ฉันเป็นแม่งานในการจัดปาร์ตี้ขึ้นบ้านใหม่ของเธอแล้วกันนะจ๊ะ"
สีหน้าของลูเครเซียสดใสขึ้นเมื่อพูดถึงปาร์ตี้ขึ้นบ้านใหม่ "ว๊าว ขอบคุณนะจ๊ะ ชาลัวร์ เพราะตอนนั้นฉันกับด๊อกเตอร์น่ะคงยุ่ง ๆ กับการทดลองจนไม่มีเวลาเตรียมงานแน่"
ริมฝีปากแต่งแต้มลิปสติกสีส้มแดงของชาลัวร์คลี่ยิ้ม ถึงแม้ว่าเธอจะไม่สามารถคัดค้านงานแต่งงานของทั้งสองคนได้ แต่เธอมั่นใจว่าเธอจะจัดงานปาร์ตี้ที่โฮโจจะไม่มีวันลืม
ถึงตอนนี้แล้วเธอก็คิดว่าตัวเองเหลือเวลาน้อยเต็มทีในการเตรียมงาน เพราะนอกจากติดต่อเรื่องกระเช้าชิงช้าแล้ว เธอยังต้องติดต่อวงดนตรี ร้านดอกไม้ ร้านอาหาร ออร์แกไนเซอร์ ร้านตุ๊กตา
และแน่นอน ร้านตัดทักซิโด้สีขาวที่ดูฉูดฉาดที่สุดในเมืองด้วย
Fin.
++++++++